GOOD SLEEP มุ้งฝันดีกิจการเพื่อสังคมแก้ปัญหามาลาเรียและไข้เลือดออกในประเทศพม่า

GOOD SLEEP มุ้งฝันดีกิจการเพื่อสังคมแก้ปัญหามาลาเรียและไข้เลือดออกในประเทศพม่า

จากบล็อกที่แล้วเราได้รู้จักกับ Social Enterprise ในไทยไปแล้ว ครั้งนี้เราพามารู้จักกับ GOOD SLEEP มุ้งฝันดีเกิดขึ้นจาก Dr.Helen Gunthorpe ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อโรคติดต่อชาวแคลิฟอร์เนีย เคยทำงานอยู่ในแหล่งโรคติดต่อทั้งในประเทศแถบแอฟริกาและเอเชียอาคเนย์กว่า 25 ปี ได้อุทิศตัวเองเพื่อศึกษาปัญหาในชุมชนในประเทศพม่า พบปัญหาเรื่องโรคมาลาเรียและไข้เลือดออกเป็นปัญหาที่คร่าวชีวิตชาวพม่าอย่างมากมาย จึงเริ่มต้นโปรเจคที่ชื่อ GOOD SLEEP ขึ้น

Social-enterprise

GOOD SLEEP เข้าไปร่วมมือกับคนในชุมชน(Local community ) โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านและผู้หญิง(People centered) ให้ช่วยกันคิดค้น ออกแบบ และผลิต ‘มุ้ง’ ที่มีคุณภาพในราคาถูกและตรงกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนยากจนในชุมชนให้มากที่สุด โดยการสัมภาษณ์และฟังผลตอบรับจากปากคนในชุมชนเอง และพยายามคงคุณภาพที่สูงที่สุด ใช้ต้นทุนและพลังงานต่ำ ขายโดยไม่คิดค่าจัดส่งเพื่อให้คนในชุมชนได้มีมุ้งใช้กันอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังนำเงินที่ได้จาก GOOD SLEEP นำมาออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องโรคมาลาเรียและไข้เลือดออกจนได้ผลิตภัณฑ์ Good Night Candle หรือเทียนกันยุง เพื่อต่อยอดและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น(Sustainability)

ในไทยการจ้างงาน

โครงการ GOOD SLEEP ช่วยแก้ปัญหาสังคมและลดอัตราการตายจากโรคมาลาเรียและไข้เลือดออกได้อย่างมากมาย เหมือนกับโครงการ Social Enterprise ในไทยอย่างสิงห์ปาร์คที่ช่วยลดการเข้าไปทำงานในเมือง ให้ผู้คนชาวบ้านใกล้เคียงได้มีงานทำ สร้างงานสร้างเงินสร้างแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มให้จังหวัดเชียงราย ทำให้ GDP ในจังหวัดเพิ่มขึ้น 14-15% สินค้าและบริการที่สิงห์ปาร์คให้บริการจะต้องไม่แข่งขันกับธุรกิจท้องถิ่น และสามารถขายได้เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในกิจการเพื่อสังคมต่อไปเหมือนที่ GOOD SLEEP ได้นำเงินมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน(Sustainable development )

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://www.tseo.or.th/

 

สิงห์ปาร์คกับ Social Enterprise กิจการเพื่อสังคมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สิงห์ปาร์คกับ Social Enterprise กิจการเพื่อสังคมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เคยไปเที่ยวสิงห์ปาร์คกันรึยัง?
เราเป็นคนนึงที่ได้ไปเที่ยวที่ Singha Park มาแล้วหลายรอบ ที่นี่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าแปลกใจมาก ๆ ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างใหญ่มาก มีทุ่งดอกคอสมอสให้ถ่ายรูปสวย ๆ ไร่ชาที่ไกลสุดลูกหูลูกตา มี landmark เป็นรูปสิงห์ตัวใหญ่ มีสินค้าหลากหลายพอสมควร มีร้านอาหารภูภิรมย์ที่ไม่มีอาหารพื้นเมืองขาย มีจักรยานให้เช่า มี Zipline ให้บริการ เห็นว่าปีใหม่นี้จะมีให้บริการปีนหน้าผาจำลองซะด้วย และที่สำคัญเลยก็คือไม่เก็บค่าเข้าชม แล้วเค้าจะเอากำไรมาจากไหนกันนะ พื้นที่ใหญ่มากกว่า 8000 กว่าไร่นี้ต้องใช้คนงานตั้งเท่าไหร่ แล้วถ้าไม่ได้กำไรอะไรมากมายเค้าทำไปเพื่ออะไร? เป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจอยู่ทุกครั้งที่ได้มาเยือน จนในครั้งนี้ก็ได้คำตอบจากการสอบถามพนักงานของที่นี่ สิงห์ปาร์คมีภารกิจด้าน Social Enterprise หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า กิจการเพื่อสังคม

รุ้งสิงห์ปาร์ค Singha_Park

Social Enterprise (กิจการเพื่อสังคม) คืออะไร?
กิจการเพื่อสังคม คือ ธุรกิจหรือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม/สิ่งแวดล้อม (ข้อมูลจาก http://www.tseo.or.th/news/228576 สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ) โดยรายได้ที่ได้มาจากการค้าหรือการให้บริการเพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเอง โดยกำไรที่ได้จะถูกนำไปลงทุนซ้ำเพื่อจุดประสงค์ทางสังคมที่ได้ตั้งไว้ กิจการเพื่อสังคมมีมานานมากแล้วในประเทศไทยจะเห็นตัวอย่างได้จากสมเด็จย่า ท่านได้ริเริ่มโครงการดอยตุงเพื่อให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจเมืองหนาว สร้างรายได้และความมั่นคงให้ชาวเขาอย่างยั่งยืน(Sustainable development )
ตัวอย่าง SE ในต่างประเทศสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 

raspberry
raspberry
blueberry
blueberry

การจ้างงาน

แล้วต่างจาก CSR  (Corporate Social Responsibility) อย่างไร?
แตกต่างกันที่ Social Enterprise มีความจำเป็นจะต้องจัดตั้งเป็นองค์กรทางธุรกิจเพื่อทำการค้าหรือให้บริการเพื่อทำให้เกิดผลกำไรและสามารถเลี้ยงองค์กรให้อยู่รอดได้ในระยะยาวและยังช่วยในการแก้ปัญหาของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ส่วน CSR นั้นจะเป็นการตอบแทนสังคมในรูปแบบใดก็ได้ ดังนั้นความยากของการทำกิจการเพื่อสังคมนั้นคือการแข่งขันกับธุรกิจทั่ว ๆ ไป จึงต้องอาศัยความพร้อมทางด้านการเงินและความเชี่ยวชาญทางธุรกิจของบริษัทที่มีความพร้อมให้การช่วยเหลือเป็นส่วนช่วยในการจัดตั้งกิจการเพื่อสังคม ให้อยู่รอดได้ในระยะยาว(Sustainability) และมีกำไรสามารถนำไปลงทุนซ้ำเพื่อจุดประสงค์ในการก่อตั้งกิจการเพื่อสังคมเพื่อขยายผลให้มากยิ่งขึ้นต่อ ๆ ไป

มะเขือเทศเชอรี่
มะเขือเทศเชอรี่
ราสพ์เบอรี่
ราสพ์เบอรี่

กิจการเพื่อสังคม

สิงห์ปาร์คประกอบกิจการเพื่อสังคมอย่างไร?
ที่ Singha Park นี้ได้มีการนำพืชเศรษฐกิจหลายชนิดมาทดลองปลูก อาทิ strawberry  raspberry blueberry พุทรา มะเขือเทศเชอรี่ พริกฮาบาเนโร่ เพื่อหาวิธีการปลูกที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง สามารถขายได้ราคาและต้องไม่เป็นพืชที่มีการแข่งขันสูง นำมาปลูกเพื่อแปลรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อขายทำให้เกิดการจ้างงานของคนในชุมชน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายอีกด้วย(Local community) หลังจากที่เปิดตัว Singha Park ทำให้มีเงินหมุนเวียนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงรายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ GDP ของจังหวัดเชียงรายเพิ่มขึ้น 14-15% สินค้าและบริการที่สิงห์ปาร์คให้บริการจะต้องไม่แข่งขันกับธุรกิจท้องถิ่น ที่นี่ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ต งานบอลลูน การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ มีการสนับสนุนให้เป็นที่เก็บตัวของนักปั่นจักรยาน ทำให้โรงแรมและร้านอาหารโดยรอบมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

strawberry

พริกฮาบาเนโร่
พริกฮาบาเนโร่

คนงานสิงห์

จากการสัมภาษณ์คนงานในไร่ของสิงห์ปาร์คต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่ที่ได้มาทำงานใน Singha Park ทำให้ไม่ต้องไปรับจ้างงานก่อสร้างหรือทำงานในโรงงาน ทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น(People centered) ได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา สภาพแวดล้อมการทำงานก็ล้อมไปด้วยต้นไม้ภูเขา ทำงานอย่างมีความสุข หลาย ๆ คนมาจากพื้นที่ห่างไกลเล็กน้อยเพื่อมาทำงานที่นี่เสียด้วยซ้ำก็จับกลุ่มกันนั่งรถกระบะมาทำงานด้วยกัน ที่นี่นับได้ว่าเป็นตัวอย่างของ Social Enterprise in Thailand  หรือกิจการเพื่อสังคมอย่างแท้จริง เพราะช่วยพัฒนาแก้ปัญหาทั้งทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับจังหวัดเชียงรายได้อย่างยั่งยืน